ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก www.infographicthailand.com
Tuesday, October 28, 2014
Monday, October 27, 2014
เทียบราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus ทั้ง 3 ค่ายมือถือและ Apple Online Store ในประเทศไทย
วันนีทั้ง 3 ค่ายมือถือในบ้านเราก็ได้เปิดราคา iPhone 6 และ iPhone 6 Plus
ของค่ายตัวเองออกมาเป็นที่เรียบร้อยซึ่งมีทั้งราคาเครื่องเปล่าและเครื่อง
พร้อมแพคเกจ ซึ่งจะไม่เท่ากันแต่ก็มีราคาที่ใกล้เคียงกันที
เดียวห่างกันไม่กี่ร้อยบาทเท่านั้น ขณะเดียวกันทาง Apple
ก็เปิดราคาจำหน่ายทางการผ่าน Online Store
ให้จับจองกันอีกด้วยซึ่งมีราคาถูกกว่าทั้ง 3 ค่ายแต่ต้องอาจรอเครื่องประมาณ
1 – 3 สัปดาห์หลังจากสั่งซื้อ ทาง http://www.flashfly.net
จึงทำตารางเปรียบราคาออกมาให้ดูแบบง่ายๆดังนี้
ที่มา – www.flashfly.net
http://www.flashfly.net/wp/?p=104796
http://www.flashfly.net/wp/?p=104796
Friday, October 24, 2014
ถนอมดวงตาของคุณ ด้วยแว่นกันแดด

แสงแดดถึงจะมีคุณอนันต์แต่ก็มีโทษมหันต์โดยเฉพาะกับดวงตา ซึ่งมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดดได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ “แว่นกันแดด”
แว่นกันแดดที่ดีจะต้องเป็นแว่นที่สามารถป้องกันแสงอุลตราไวโอเลตไม่ให้ผ่านเข้ามากระทบดวงตา
ซึ่งในแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมายังพื้นโลก มีทั้งแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่า
และแสงคลื่นสั้นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าที่เรียกกันว่าแสงอุลตราไวโอเลต
หรือที่เรียกันว่าคลื่นแสงยูวีซึ่งมีความยาวคลื่นต่ำกว่า 400 nm แบ่งได้เป็นแสงยูวีเอ
แสงยูวีบี และ แสงยูวีซี แต่มีเพียงแสงยูวีเอและแสงยูวีบีเท่านั้นที่สามารถผ่านมายังผิวโลก
ซึ่งมีอันตรายต่อมนุษย์มาก เช่น ทำให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ต้อเนื้อ ต้อกระจก
จอประสาทตาเสื่อม ฯลฯ
แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานจึงต้องสามารถป้องกันรังสียูวีเอได้อย่างน้อยร้อยละ
80 หรือยอมให้แสงยูวีผ่านเพียงร้อยละ 20 เท่านั้น ซึ่งต้องอาศัยเครื่องมือในการตรวจวัด
โดยปกติแว่นกันแดดทั่วไปสามารถป้องกันรังสียูวีได้เล็กน้อย
เช่น เลนส์พลาสติกซึ่งป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์แก้ว เลนส์ที่ระบุว่าสามารถป้องกันยูวีได้
น่าจะป้องกันแสงยูวีได้ดีกว่าเลนส์ที่ไม่การระบุไว้
แว่นกันแดดที่เป็น Polarized Lens เป็นเลนส์ที่ตัดแสงจ้าได้ดี
ทำให้ผู้ใช้สบายตา แต่ก็สามารถกรองแสงยูวีได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แล้วจะเลือกซื้อแว่นกันแดดอย่างไร?
การเลือกซื้อแว่นกันแดด จึงควรดูที่ฉลาก CE
ที่กำกับแว่นว่าสามารถป้องกันรังสี UVA และ
UVB ได้หรือไม่
เพราะรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตทั้งสองชนิดนี้ต่างก็ทำลายนัยน์ตา UVB นั้นจะดูดซึมที่แก้วตา
แต่ถ้ารับแสงจ้านานเกินควร อาจจะทะลุไปที่จอรับภาพได้ ส่วน UVA จะดูดซึมเข้าไปได้ลึกกว่า
ดังนั้นการเลือกแว่นกันแดดคุณภาพดี จึงเปรียบเสมือนทาครีมกันแดดชั้นดี ให้แก่ดวงตา
รูปทรงของแว่น
แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่ทรงโค้งมน
จะปกปิดดวงตาได้ดีทีเดียว
แว่นกันแดดที่มีขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียวแต่ไม่โค้งมนจะทำให้ดวงตาสัมผัสต่อแสงมากเป็น
3 เท่าของแว่นทรงโค้งมนเลยทีเดียว
นอกจากนี้แว่นกันแดดทรงโค้งมนจะไม่ตกหล่นง่ายเวลาใส่อีกด้วย

สีของเลนส์
แว่นกันแดดสำหรับกีฬาส่วนใหญ่จะป้องกันรังส CVB
ได้ 99 % และป้องกันรังสี UVAได้
60 % แต่ก็อย่าเพิ่งแน่ใจ
ควรจะตรวจสอบจากฉลากอีกทีหนึ่ง สำหรับสีของเลนส์นั้น
สีเลนส์ที่ดีและเหมาะที่จะใช้คือสีเทา-ดำ และเขียว-ดำ หากอยู่บริเวณชายหาด
สีเลนส์ที่เหมาะจะใช้คือสีชา-น้ำตาล หรือเทา
ส่วนเลนส์สีเหลืองไม่เหมาะจะใส่เวลาขับรถ เพราะมันจะทำให้เห็นสีไฟจราจรไม่ชัดเจนระหว่างไฟแดง
และไฟเขียวได้
ความพอดีของเลนส์กับขอบแว่น
เมื่อเลือกแบบแว่นกันแดดได้แล้ว
ก็ควรจะดูว่าขอบของเลนส์ฟิตพอดีกับแว่นหรือไม่
โดยการลองใส่แล้วเดินไป-มาขึ้น-ลงบันได
ให้แน่ใจว่ามันจะไม่เลื่อนหลุดออกมาจากตัวแว่นจริง ๆ หรือจะใช้วิธีจับแว่นตาไว้
แล้วดูในแนวตั้งและแนวนอนว่าขอบเลนส์ออกมานอกกรอบแว่นหรือไม่
Thursday, October 23, 2014
กระเป๋า แฟชั่นที่ทุกคนจำเป็นต้องมี

กระเป๋า เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะไปไหน ๆ จะต้องขนสัมภาระ ของใช้ประจำตัว พกพาติดตัว ไปด้วยเสมอ ดังนั้น เราจะมีวิธีเลือกซื้อ กระเป๋าถือกันอย่างไร ที่ถูกใจ ถูกกาละเทศะ
- ก่อนจะตกลงซื้อ ลองตรวจดูก่อนว่า
กระเป๋าใบนั้น สามารถใส่สัมภาระทั้งหมดของเรา ได้หรือไม่
- เมื่อใส่ของครบแล้ว ลองหิ้ว
หรือสะพายดูสักหน่อย ว่าน้ำหนักของสัมภาระบวกกับน้ำหนักของกระเป๋า
เราจะสามารถทนแบกไหว หรือไม่
- จากนั้น ลองล้วงลงไปในกระเป๋า ว่าจะสามารถหยิบของได้สะดวก
หรือว่าจะหาทีต้องเทออกมาดูทั้งกระเป๋าจึงจะเจอ เพราะกระเป๋าบางยี่ห้อ
มีที่เก็บของได้มากมาย ดูแล้วไม่เสียทรง แต่เวลาหาของที หาไม่ค่อยจะเจอ
- ลองดูซิว่า เวลาที่เราใส่สัมภาระ เต็มที่แล้ว
รูปทรงของกระเป๋า ยังคงรูปเดิมอยู่หรือไม่ ไม่ใช่ ว่าเขาดีไซน์ให้ออกมาเป็นทรงสี่เหลี่ยม
แต่พอใส่ของครบเซ็ทแล้ว กลายเป็นทรงกลม
- อย่าลืมเช็คดูให้แน่ใจว่า
กระเป๋ามีช่องลับให้เก็บของสำคัญได้อย่าง ปลอดภัยหรือไม่
- จะซื้อทั้งทีต้องขอคุ้มหน่อย ลองคิดเผื่อดูว่า
นอกจากจะใส่สัมภาระประจำแล้ว ยังพอจะมีเนื้อที่ไว้ให้ใส่สัมภาระอื่นๆ หรือไม่

- ลองชั่งใจสักนิดว่า จะเลือกแบบไหน
อย่าเน้นแต่การใส่ของได้เยอะ ให้นึกถึงความปลอดภัยด้วย
- ตอนซื้ออย่าลืมส่องกระจก ดูว่า เราสะพายแล้ว
เหมาะสมกับรูปร่าง บุคคลิก ของเราหรือไม่
- หากกระเป๋าที่เลือกเป็นชนิดสะพาย
ควรเช็คสายกระเป๋าให้ดีก่อนว่า สะพายแล้วไม่เจ็บ หรือเสียดสีกับหัวไหล่
- อย่าคุ้มค่ามาก ใส่สัมภาระจนหนัก
ระวังไหล่จะทรุด
- หากนิยมพกของไปเยอะๆ
ควรเลือกกระเป๋าชนิดที่สะพายพาดตัวได้ หรือเป็นเป้สะพายหลังไปเลย
- อย่าเลือกกระเป๋าที่น้ำหนักเบาเท่านั้น
ส่วนมากกระเป๋าที่น้ำหนักเบา จะทำจากไนลอน หรือผ้าร่ม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านกระเป๋า
ฝากบอกมาว่า การจะทำความสะอาดให้ดูดี เหมือนตอนที่ซื้อมาใหม่ นั้นยากมาก

Wednesday, October 22, 2014
น้ำหอม .. สิ่งจำเป็นในการเสริมสร้างบุคลิกภาพของคุณ

น้ำหอม กลายเป็นองค์ประกอบหลักในการแต่งตัวและช่วยสร้างบุคลิกให้กับเราได้ไม่มากก็ น้อย เสน่ห์ของหลายๆ คนไม่เพียงแต่จะอยู่ที่บุคลิกและความเฉพาะตัวของคนคนนั้นแล้ว ความหอมของกลิ่นกายก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการทำความรู้จักกับน้ำหอมในแบบที่แตกต่างกันนั้น ก็มีผลกับการใช้น้ำหอมเพื่อให้เกิดความหอมต่อร่างกายของเรา ไม่เพียงแต่เคล็ดลับในการเลือก น้ำหอมจะนับเป็นส่วนสำคัญ การรู้จักใช้น้ำหอมให้ถูกวิธี ดูจะยิ่งช่วยให้กลิ่นหอมของน้ำหอมที่เราเลือกใช้นั้นติดอยู่ได้ทนนานอย่างที่ควรจะเป็น
การเลือกใช้น้ำหอมอย่างเหมาะสม เราควรเลือกกลิ่นหอมที่เข้ากับบุคลิกของตัวเองนับว่าดีที่สุด
และนอกจากนั้น
การที่เลือกลักษณะของกลิ่นหอมยังจำเป็นที่จะต้องรู้จักประเภทของน้ำหอมที่
แบ่งตามความเข้มข้นของน้ำหอมด้วย น้ำหอมนั้นมีส่วนผสมหลัก ได้แก่
น้ำมันหอมที่ถูกทำให้เจือจางลงด้วยแอลกอฮอล์ ( แอลกอฮอล์ทำหน้าที่ช่วยกระจายความหอมไปในการระเหยนั่นเอง
) ในระดับความเข้มข้นของความหอมที่แตกต่างกันไป น้ำหอมจึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยระดับความเข้มข้นของกลิ่นหอมได้ออกเป็นดังนี้
1. โคโลญจน์ หรือ Eau de Cologne เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ
3-5%
2. ทอยเล็ตต์ หรือ Eau de Toilette เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ
4-8%
3. เพอร์ฟูม หรือ Eau de Parfum เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ
15-18% ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานที่สุด

เคล็ดลับในการเลือกซื้อน้ำหอม
อยู่ที่การทดลองกลิ่นหอมของน้ำหอมแต่ละกลิ่น อย่า
ลืมว่าการเลือกน้ำหอมที่ดีที่สุดอยู่ที่กลิ่นที่เข้ากับบุคลิกของผู้ใส่
และเนื่องจากกลิ่นหอมมีโอกาสเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับองค์ประกอบรอบๆ
ตัวหลายอย่างด้วยกัน ก่อนไปเลือกซื้อน้ำหอม ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด
หรือออกกำลังกายที่ทำให้เหนื่อยมากจนเกินไป
ซึ่งการกระทำเหล่านั้นจะส่งผลต่อการรับรู้กลิ่น
และทำให้การรับรู้กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมนั้นผิดเพี้ยนไป
และนอกจากนี้
เรายังไม่ควรไปเลือกซื้อน้ำหอมในเวลาที่เพิ่งจะฟื้นจากอาการเจ็บป่วยไม่สบาย หรือ
เพิ่งจะสูบบุหรี่มา เพราะการกระทำเช่นนี้อาจจะมีผลต่อการรับรู้กลิ่นน้ำหอม
ทำให้กลิ่นน้ำหอมที่เราสัมผัสมีโอกาสผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริงด้วยเช่นกัน
และแน่นอนว่าบริเวณที่เหมาะสำหรับทดลองน้ำหอม
คือบริเวณข้อมือซึ่งไม่เพียงแต่จะสะดวกแล้ว
ยังนับเป็นจุดชีพจรที่ทำให้เราได้กลิ่นหอมของน้ำหอมอย่างแท้จริงอีกด้วย
บริเวณจุดชีพจรเต้นนั้นเป็นบริเวณของร่างกายที่ มีอุณหภูมิสูง
ซึ่งช่วยให้กลิ่นหอมของน้ำหอมระเหย อธิบายได้ง่ายๆ
ว่าทำให้เกิดกลิ่นหอมได้ดีนั่นเอง
อีกอย่างที่ควรทำคือทดลองน้ำหอมต่างกลิ่นกันคนละจุดด้วยการใช้ข้อมือคนละ ข้างกัน
และไล่บริเวณแขนลงไป และควรทิ้งระยะเวลาเอาไว้สัก 20 นาทีหรือถึง
1 ชั่วโมง
แล้วจากนั้นค่อยตัดสินใจเลือกซื้ออีกครั้งหนึ่งจะดีกว่า
ข้อควรระวังในการใช้น้ำหอม
น่าจะอยู่ที่เสื้อผ้าที่เราสวมใส่ รวมทั้งเครื่องประดับทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ เข็มกลัด เข็มขัด เป็นต้น
เนื่องจากแอลกอฮอล์และเคมีบางอย่างที่เป็นองค์ประกอบของน้ำหอม ( อย่างเช่น น้ำมัน
เป็นต้น ) จะมีผลต่อวัตถุดิบบางชนิด ที่จริงแล้วลักษณะในการใส่น้ำหอมเองยังมีผลต่อวัตถุดิบบางชนิด
อาทิ น้ำมันที่มีผลกับผ้าซาติน หรือแม้แต่ผ้าฝ้ายแบบฟอก
การฉีดน้ำหอมใกล้กับเสื้อผ้ามากเกินไป ทำให้แอลกอฮอล์ปริมาณเข้มข้น
ติดอยู่กับเสื้อผ้ามาก

ดังนั้น การฉีดน้ำหอมควรทำห่างจากตัวอย่างน้อย 30
เซนติเมตร เพื่อ
ไม่ให้น้ำหอมทิ้งจุดด่างหรือรอยเปียกของน้ำมันเอาไว้บนเสื้อผ้า
ทางที่ดีที่สุดอย่าฉีดโดยตรงลงบนเสื้อผ้าจะดีกว่า
ส่วนเครื่องประดับที่มักจะเกิดปฏิกิริยากับแอลกอฮอล์ที่อยู่ในน้ำหอมนั้น
มักจะเป็นโลหะผสมพวกโรเดียมไม่เพียงเท่านั้นเครื่องเพชรพลอย
อัญมณีหรือแม้แต่ไข่มุกก็ตามนั้นมีส่วนหมองคล้ำจากการได้รับละอองสเปรย์ที่
มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อีกด้วย
ส่วนที่จะทิ้งรอยตกค้าง อันไม่ปรารถนาเอาไว้
ให้ กับเครื่องแต่งกายของเรา คือสีที่เป็นอีกส่วนผสมที่ประกอบอยู่ในน้ำหอมนั่นเอง
ดังนั้น จึงไม่ควรฉีดหรือแต้มน้ำหอมลงบนเสื้อผ้าแต่แต้มลงบนส่วนของร่างกาย
โดยระวังเครื่องประดับต่างๆ ด้วย แน่นอนว่ากลิ่นหอมของน้ำหอม
สร้างเสน่ห์ชวนหลงใหลให้กับเราได้
แต่ในทางกลับกันบางครั้งมันก็อาจทำให้เกิดเป็นกลิ่นฉุนได้หากแตะหรือฉีดใน
ปริมาณที่มากเกินพอดี

เคล็ดลับในการแต้มน้ำหอมสำหรับทุกสถานการณ์ …
1. ให้ป้ายหรือฉีดน้ำหอมในบริเวณที่เป็นจุดชีพจร
โดยมากจะเป็นบริเวณข้อมือหรือลำคอ
และบางครั้งบริเวณข้อพับที่แขนหรือขาพับก็เป็นที่นิยม
ในขณะที่การแตะน้ำหอมบริเวณหลังใบหูนั้นความหอมของน้ำหอมจะไม่ติดอยู่ทนนาน
เนื่องจากแอลกอฮอล์ระเหยได้รวดเร็วนั่นเอง
2. การถูข้อมือที่แต้มน้ำหอม
2 ข้างเข้าด้วยกัน
ไม่ได้ช่วยให้ความหอมนั้นทั่วถึง แต่ที่จริงแล้วจะทำให้น้ำหอมมีกลิ่นหอมอ่อนลง
3. การฉีดสเปรย์น้ำหอมในอากาศแล้วใช้วิธีเดินผ่านนั้น
จะช่วยให้กลิ่นหอมกระจายติดตัวเราได้ทั่วดี
4. พยายามอย่าใช้โลชั่นที่มีกลิ่นหอม
ก่อนหน้าที่จะใช้น้ำหอมเนื่องจากกลิ่นจะตีกัน
5. ใช้น้ำหอมมากหน่อยหากคุณเป็นคนผิวแห้ง
เนื่องจากผิวมันมีน้ำมันช่วยคงกลิ่นให้ติดอยู่ยาวนาน
6. หากใส่น้ำหอมแล้วต้องอยู่ในที่อากาศเย็นให้เลือกน้ำหอมที่มี
กลิ่นแรงกว่าปกติ
เนื่องจากความเย็นหรืออุณหภูมิต่ำจะลดกลิ่นหอมของน้ำหอมให้ลดน้อยลงกว่าที่ เป็น
การฉีดน้ำหอมทันทีหลังจากที่อาบน้ำเสร็จใหม่ๆ จะช่วยทำให้กลิ่นหอมติดทนนานกว่าปกติTuesday, October 21, 2014
Powerbank : Gadget ชิ้นต่อไปของคุณ?
Powerbank : Gadget ชิ้นต่อไปของคุณ?
ถ้าถามถึง Gadget ที่หลายๆ คน อยากได้เมื่อ 1-2 ปีที่แล้ว อาจจะมีคนโหวตให้สมาร์ตโฟนมาเป็นอันดับต้นๆ เพราะกำลังเป็นที่นิยมและคนที่ใช้งานจริงๆ ก็มีไม่เยอะมาก เมื่อเทียบกันกับอัตราส่วนของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่ในปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไป ทุกๆ คน มีสมาร์ตโฟนใช้กันหมดแล้ว แล้วอะไรล่ะคือ สิ่งที่คุณจะซื้อเป็นอันดับต่อไป
หลากหลายคำตอบเกี่ยวกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่เกียวข้องกับสมาร์ตโฟนคู่ใจที่คุณใช้งานอยู่ แต่หนึ่งคำตอบที่โดนใจสำหรับคนทีใช้สมาร์ตโฟนจนเห็นสัจธรรมข้อหนึ่งที่ว่า สมาร์ตโฟนของคุณนั้นถ้าจะใช้งานกันจริงๆ คงไม่พ้นวัน แบตเตอรี่ที่ชาร์ตมาเต็มๆ คงหมดเสียก่อน ซี่งนั่นทำให้ผู้ใช้สมาร์ตโฟนบ่นกันมากกับอัตราการบริโภคแบต ที่มากเหลือเกิน โดยเฉพาะกับยุคที่ 3G ในเมืองไทย เริ่มกระจายเสาขยายสัญณาณเพื่อให้เราได้บริโภคอินเตอร์เน็ต 3G ทีเร็วแรงมากขึ้น และสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆ หน้าจอใหญ่ๆ CPU แรงๆ ด้วยปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้อายุแบตเตอรี่ในสมาร์ตโฟนสั้นลงหรือหมดเร็วกว่าขึ้นนั่นเอง
ด้วยเหตุนี้ Gadget ชิ้นต่อไปที่คนทั่วไปอยากจะได้มาแบบด่วนๆ ตอนนี้เลยคงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Power Bank หรืออาจจะเรียกว่าเป็นแบตสำรองนั่นเอง ซี่งในสมัยก่อนที่มือถือยังสามารถเปิดใช้งานได้ 2-3 วัน หากต้องการใช้งานนานกว่านั้น คุณจะต้องไปซื้อแบตสำหรับมือถือรุ่นนั้นๆ มาชาร์ตเก็บไว้เพื่อสลับเปลี่ยนเวลาแบตหมด แต่ปัจจุบันวีธีการเช่นนั้น ไม่ค่อยมีใครใช้กันแล้ว เพราะความยุ่งยาก เปิดปิดฝาหลัง ไหนจะต้องปิดเปิดเครื่องเพื่อสลับแบตอีก ดังนั้น Power Bank จึงกลายเป็นคำตอบของคนยุคปัจจุบันที่ขาดการติดต่อสื่อสารแทบไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียวไปแล้ว
แบตสำรองหรือ Power Bank จีงเป็นอุปกรณ์ที่หลายๆ คนกำลังมองหา โดยตัวมันเองนั้นเป็นแบตเตอรี่ทั้งก้อน แต่แทนที่จะได้รับการออกแบบให้เป็นแบตเตอรี่ที่ใช้สำหรับมือถือแต่ละรุ่นไปเลยเหมือนแต่ก่อน มันกลับจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์สมาร์ทโฟน รวมถึงแท็บเล็ตและอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับ ผ่านทางพอร์ต USB ซึ่งอุปกรณ์เดี๋ยวนี้สามารถชาร์ตผ่านพอร์ต USB ได้เพื่อความสะดวกอยู่แล้ว และกลายเป็นมาตรฐานในวงการมือถือไปเรียบร้อยแล้ว
Power bank จะทำหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ โดยก่อนที่จะใช้งานได้คุณจะต้องชาร์ตตัว Power Bank เสียก่อน จากนั้นเมือใช้งาน มันจะจ่ายกระแสไฟให้กับอุปกรณ์ต่างๆ ที่คุณนำมาเชื่อมต่อกับตัวมัน เหมือนกับกำลังเสียบอแดปเตอร์ชาร์ตไฟ หรือเสียบกับ USB ของคอมพิวเตอร์นั่นเอง
Free!!! Gift Voucher โปรแกรมสลายไขมัน มูลค่า 3,900 บาท
![]() |
แจกฟรี!!! Gift Voucher โปรแกรมสลายไขมัน มูลค่า 3,900 บาท
เพียงร่วมสนุกกับกิจกรรม
LIKE เเละSHARE กับ 7Zhop
ลุ้นรับ Gift Voucher มูลค่า 3,900บาท
กับโปรแกรมสลายไขมันด้วยเทคโนโลยีอันดับ1จากประเทศ Germany ฟรี!!!กิจกรรมการร่วมสนุก ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/7zhop
***ร่วมสนุกกันตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2557 - 31ตุลาคม2557***
Subscribe to:
Posts (Atom)





















