Monday, February 16, 2015

5 สุดยอดสถานที่เที่ยว เฉพาะคนกระเป๋าหนัก

เวลาเห็นคนมีสตางค์เดินทางไปกิน เที่ยว นอนที่ไหน ในใจก็อยากรู้ว่ามันจะสวยหรูสักปานใด ถึงทำให้บรรดาเศรษฐีมีงบยอมควักเงินจ่าย


จึงรวบรวม 5 สุดยอดเป้าหมายการเดินทาง ที่บางแห่งก็เว่อร์วังอลังการซะจนคิดว่ามันมีอยู่จริงด้วยหรือ และบางแห่งก็ต้องใช้เวลาจองคิวล่วงหน้าหลายเดือนกว่าจะได้ใช้บริการ พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปด้วยกันเลยค่ะ

ภาพจาก http://www.goldeneagleluxurytrains.com

1.Golden Eagle สาย Trans-Siberian เส้นทางรถไฟสาย Trans-Siberian มีจุดเริ่มต้นการเดินทางจากกรุงมอสโคเมืองหลวงของรัสเซีย วิ่งตรงไปสู่ท่าเรือวลาดิวอสต็อค ในรถไฟมีห้องรับรองผู้โดยสารแบบส่วนตัว ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับคือ Silver Class, Gold Class และ Imperial Suites
ภายในให้บริการเตียงนอนสุดหรูประดุจเข้าพักในโรงแรมระดับ 5 ดาว นอกจากนั้นยังมีบริการสุดพิเศษเสิร์ฟอาหาร ไวน์ แชมเปญตลอดการเดินทาง และหากแวะพักที่เมืองใด ก็จะมีไกด์นำเที่ยว พร้อมสิทธิพิเศษในการเข้าพักโรงแรมระดับชั้นนำประจำเมืองนั้นๆ อีกด้วย ตลอดการเดินทางใช้เวลาทั้งสิ้น 15 วันรวมระยะทางประมาณ 6,600 ไมล์

ตลอดเส้นทางมีทัศนียภาพที่งดงามทั้งเมืองคาซาน เมืองที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโวลก้า อันมีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่แสนตราตรึง และที่พิเศษสุดๆ คือนักเดินทางทุกคนจะได้ชื่นชมความสวยงามของทะเลไบขาล หรือในฉายา "ไข่มุกแห่งไซบีเรีย" ทะเลสาบที่ใหญ่และลึกที่สุดในโลก สำหรับราคาการเดินทางเริ่มต้นอยู่ที่ 15,895 ดอลลาร์ หรือประมาณ 4 แสนกว่าบาทต่อคน
สำหรับห้องโดยสารประเภท Silver Class ส่วนห้องโดยสารประเภท Imperial Suites ราคาเริ่มต้นที่ 30,995 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 แสนกว่าบาท


ภาพจาก http://conradhotels3.hilton.com

2.Conrad Maldives Rangali Island Resort โรงแรมที่ติดอันดับโรงแรมที่สวยที่สุดในโลก ส่วนหนึ่งมาจากความงดงามดุจดั่งสรวงสวรรค์ของทะเลมัลดีฟท์ที่ล้อมรอบด้วยความสวยงามจากธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นท้องฟ้า น้ำทะเล เม็ดทรายขาวละเอียดนุ่มละมุน รวมไปถึงสัตว์ทะเลสีสันสดสวย
โรงแรมแห่งนี้ให้บริการห้องพักทั้งสิ้น 146 ห้อง มีทั้งแบบวิลล่าที่ยื่นตัวลงไปในทะเลกับวิลล่าที่ตั้งอยู่ริมชายหาด

นอกจากนี้ยังมีห้องพักแบบสปาวิลล่าที่มีห้องทรีทเม้นท์อยู่ภายใน ห้องพักทุกห้องสามารถมองเห็นความงดงามของท้องทะเลมหาสมุทรอินเดียได้แบบใกล้ชิดสุดๆ สำหรับอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนไปถึงแล้วไม่ควรพลาดเพราะถือเป็นไฮไลท์นั่นคือภัตตาคารใต้ทะเล Ithaa ร้านอาหารที่อยู่ลึกลงไปใต้ท้องทะเลประมาณ 5 เมตร ใครที่ไปนั่งรับประทานอาหารในร้านแห่งนี้จะได้เพลิดเพลินไปกับรสชาติอาหารพร้อมชมโลกใต้ท้องทะเลรอบๆ ห่างเพียงกระจกกั้น
และหากคู่รักเดินทางไปตรงกับช่วงที่โรงแรมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ห้องอาหารแห่งนี้จะถูกปรับเปลี่ยนเป็นห้องนอนใต้ท้องสมุทรสุดสวีท พร้อมบริการแชมเปญดินเนอร์สุดหรูแบบเป็นส่วนตัวเพราะเสริ์ฟถึงเตียงนอน

ภาพจาก http://www.sushi-jiro.jp/

3.ซูชิ จิโร่ ระยะหลังคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นกันง่าย และบ่อยเหมือนนั่งรถออกไปเที่ยวต่างจังหวัด สถานที่ที่นิยมไปเที่ยวกันก็ไม่พ้นเมืองท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวดังๆ ทั่วไป แต่เชื่อหรือไม่ว่ายังมีอีกหนึ่งสถานที่ๆ แม้แต่บรรดาไฮโซยังต้องรอคิว และฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปให้ได้ นั่นคือร้านขายซูชิเล็กๆ "ซูชิ จิโร่" เนื่องจากใครที่อยากทานซูชิที่ร้านนี้ต้องให้ชาวญี่ปุ่นจองคิวล่วงหน้าให้ประมาณ 1 เดือน หรือต้องให้โรงแรมระดับ 5 ดาวในญี่ปุ่นจองให้เท่านั้น
ร้านซูชิแห่งนี้เป็นร้านซูชิในตำนานและยังเป็นร้านขายซูชิในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับ 3 ดาวมิชลินร้านเดียวในโลก โดยมีเชฟมือหนึ่งเจ้าของร้านคือ "จิโร่ โอโนะ" เชฟอายุกว่า 70 ปี เป็นผู้ปั้นซูชิเสิร์ฟลูกค้าแบบคำต่อคำ
จุดเด่นของที่นี่คือซูชิจะเป็นซูชิสูตรเฉพาะแบบโตเกียวที่สามารถดึงเอกลักษณ์ของวัตถุดิบแต่ละชนิดออกมาได้อย่างชัดเจน ซูชิของร้านนี้จะเสิร์ฟเป็นคอร์สๆ ละ 20 ชิ้น และมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 3 หมื่นเยน หรือประมาณ 9 พันกว่าบาท เห็นไหมคะว่านอกจากต้องจองคิวล่วงหน้าแล้ว ราคายังเป็นมิตร (กับคนมีสตางค์) อีกด้วย

ภาพจาก www.istockphoto.com

4.โกตดาซูร์ ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางมุมตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส หรือที่ใครๆ เรียกกันว่าเฟรนซ์ ริเวียร่า สถานที่ตากอากาศสุดฮิตที่บรรดาเซเลบริตี้หรือคนมีชื่อเสียงนิยมเดินทางไปตากอากาศ เฟรนซ์ ริเวียร่าได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยวิคตอเรีย สาเหตุที่สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากอากาศและสภาพแวดล้อมโดยรอบบริสุทธิ์ สดชื่น ทัศนียภาพสวยงดงาม
อีกทั้งตลอดชายหาดตรงบริเวณถนนเรียบทะเล Promanade des Anglais จะมีอาคารเก่าแก่ที่ยังคงความงดงามด้านสถาปัตยกรรมและมีเอกลักษณ์เฉพาะแบบที่เป็นการผสมผสานระหว่างเมืองเก่ากับเมืองใหม่ นอกจากนี้ในบริเวณที่ไม่ห่างไกลกันนักยังมีสถานที่พักร้อนอย่าง เซนต์โทรเปซ ที่ๆ บุคคลมีชื่อเสียงนิยมเดินทางด้วยเรือยอร์ชแวะไปทอดสมอพักผ่อนอยู่เรื่อยๆ โดยในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยโรงแรมสุดหรูมากมาย


ภาพจาก http://www.hoteldeparismontecarlo.com

5.Le Louis XV-Alain Ducasse ร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินที่เปิดมานานถึง 25 ปี ใครที่ปรารถนาจะรับประทานอาหารที่ห้องอาหารแห่งนี้ต้องจองคิวล่วงหน้าก่อนรับประทานประมาณ 3 เดือน ตัวร้านตั้งอยู่ในโรงแรม Hotel de Paris โรงแรม 5 ดาวที่หรูหรา สวยงามของมอนติคาโล ประเทศโมนาโค
อาหารที่ทางร้านเสิร์ฟมีหลากหลายทั้งอาหารฝรั่งเศส อาหารสไตล์ Gastronomic (อาหารที่เกิดจากการนำหลักทางวิทยาศาสตร์ มาเปลี่ยนรูปของวัตถุดิบ หรือจับอาหารเดิมที่มีอยู่มาตัดแต่งอะตอมข้างในเกิดเป็นรูปแบบใหม่) และอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ใครที่เคยไปรับประทานอาหารที่นี่ต่างประทับใจในรสชาติ การบริการ รวมถึงความสวยงามของสถานที่ๆ ออกแบบและตกแต่งอย่างหรูหรา ประดุจนั่งรับประทานอาหารในปราสาทเทพนิยาย สำหรับราคาอาหารนั้นก็เริ่มต้นกันที่สลัดราคาเบาๆ จานละประมาณ 3 พันกว่าบาทเท่านั้นค่ะ

เป็นยังไงบ้างคะ ชีวิตกิน ดื่ม เที่ยว นอนของบรรดาคนมีสตางค์มันแพง และหรูหราแบบนี้นี่เอง เห็นแล้วก็คงได้แต่ฝัน ฝัน ฝันกันเล่นๆ นะคะ

เรื่อง : Suwimol lucksaniyanont

Friday, February 13, 2015

วันวาเลนไทน์ คืออะไร

วันวาเลนไทน์ คืออะไร??

  วันวาเลนไทน์ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน ในกรุงโรมสมัยก่อนนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ จะเป็นวันเฉลิมฉลองของเทพและเทพธิดาของโรมัน ต่อมากรุงโรมได้เกิดสงครามหลายครั้ง จักรพรรดิประสบกับปัญหาในการที่จะหาทหารมาเข้าร่วมรบในศึกสงคราม เพราะผู้ชายโรมันหลายคนไม่ต้องการจากครอบครัวและคนอันเป็นที่รักไป และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้จักรพรรดิ ประกาศให้ยกเลิกงานแต่งงาน และงานหมั้นทั้งหมดในกรุงโรม แต่ก็ยังมีนักบุญผู้ใจดีคนหนึ่งชื่อว่า
ท่านนักบุญ " วาเลนไทน์ " ท่านเป็นพระที่กรุงโรม ได้จัดตั้งกลุ่มองค์กรเล็กๆ เพื่อช่วยเหลือชาวคริสเตียน
ที่ตกทุกข์ได้ยาก และได้จัดให้มีการแต่งงานของคู่รักอย่างลับๆด้วย
           และจากการกระทำเหล่านี้เอง ทำให้ นักบุญ วาเลนไทน์ ถูกจับและถูกตัดสินประหารโดยการตัดศรีษะ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 270 ซึ่งถือเป็นวันที่ท่านได้ทนทุกข์ทรมานและเสียสละเพื่อเพื่อนมนุษย์
  สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์


สัญลักษณ์ของวันวาเลนไทน์คือ เทพเจ้าคิวปิด ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งความรักดั้งเดิมของชาวโรมัน ร่างกายเป็น
เด็กทารกติดปีก กำลังโก่งคันศรทองเล็งไปยังหัวใจของผู้คน ตามตำนานของกรีกและโรมัน
            ของที่นิยมให้ในวันวาเลนไทน์
ดอกไม้ สามารถสื่อความรักได้หลากหลาย รูปแบบ ไม่จำกัดอายุและเพศ อย่างเช่น

ดอกกุหลาบแดง หมายถึง ความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง กุหลาบแดง จึงมักจะเป็นดอกไม้ ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจ จะใช้ ชีวิตร่วมกัน

กุหลาบขาวแทน หมายถึง ความรักอันบริสุทธิ์ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย ความรักต่อพ่อแม่เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้
กุหลาบชมพู หมายถึง ความรัก ที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถ พัฒนาต่อไปเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้
กุหลาบสีเหลือง หมายถึง ความรักแบบเพื่อน และความสนุก สนานรื่นเริง จึงมักจะนำมันมาประดับตะกร้าสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย เพื่อทำให้คนป่วย รู้สึกสดชื่นรื่นเริงขึ้นนั่นเอง
ช็อคโกแลต

ช็อคโกแลตนับว่าเป็นของที่หาได้ยาก และราคาแพงในสมัยก่อน รวมทั้งช็อกโกแลตยังเป็นสัญลักษณ์
ของเสรีภาพ มิตรภาพ และสันติภาพ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ดังนั้น ก็เลยทำให้ช็อกโกแลต กลายมาเป็นของขวัญสื่อทางใจระหว่างคู่รักซึ่งกันและกันในช่วงวันวาเลนไทน์

ขอขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก benboat.com

Friday, February 6, 2015

5 ข้อคิด`พิชิตเครียด`




          ความเครียดเกิดขึ้นกับคนเราได้อยู่เรื่อยๆไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ที่รู้สึกกันได้บ่อยก็คือเรื่องที่ทำให้ทุกข์ เรื่องที่ดูเหมือนทำให้เรามีความสุขก็ทำให้เครียดได้เหมือนกัน เราคงต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงบางอย่างในตัวของเราเพื่อให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข โดยมีหลักคิด 5 ข้อดังนี้
          1.ต้องตั้งสติกับตัวเองให้ได้ เวลาที่เกิดความเครียดหลายคนมักตั้งตัวไม่ทัน ปล่อยใจไปกับสิ่งเหล่านั้น ผลที่เกิดขึ้นก็คือ ในสมองมีแต่ความวิตกกังวล บางคนเป็นมากจนถึงกับดึงความคิดของตัวเองกลับมาไม่ได้ จมอยู่กับความเครียดนั้น ไม่มีสมาธิทำอะไร อันนี้ต้องรีบบอกรีบเตือนตัวเอง ตั้งหลักตั้งใจกันใหม่ พยายามอย่าให้อารมณ์พาใจไปมากนัก การค่อยๆคิด ค่อยๆตั้งสติกับตัวเองนั้น เป็นการค่อยๆเริ่มเรียนรู้ปัญหา ที่มาของปัญหา และแนวทางที่เราใช้แก้ปัญหาได้ดีขึ้น
          2.ควรอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด หลายครั้งที่ความ เครียดเกิดจากความวิตกกังวลว่าอนาคตหรือวันต่อไปจะเป็นอย่างไร คิดว่าเรื่องแย่ๆหรือไม่ดีคงต้องเกิดขึ้น ยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่าน สงบสติอารมณ์ของตนเองไม่ได้ นอนไม่หลับ ต้องรอจนเหตุการณ์ผ่านไปเสียก่อนจึงค่อยสงบอารมณ์ลงได้ แต่อีกไม่นานก็มีเรื่องใหม่ให้คิดตามมา เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าลองทบทวนเหตุการณ์ที่เคยคิดมากๆมักพบว่าสิ่งที่เคยคิด เคยกังวลไม่ค่อยตรงกับเรื่องจริงๆที่เกิดขึ้นเท่าไร หรือถ้าตรงเราก็สามารถมีชีวิตยืนหยัดอยู่ได้จนถึงวันนี้ (ไม่คิดมากต่อไปอีกในวันข้างหน้า) เพราะฉะนั้นอย่าเปลืองพลังงานสมองให้กับเรื่องเหล่านี้ อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป
          3.ฝึกความยืดหยุ่นกับชีวิตตัวเองให้มากขึ้น คนเรามีความคาดหวังได้บ้างเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับบางคนให้ความสำคัญกับความคาดหวังนั้นมากเป็นพิเศษ ความคาดหวังเป็นสิ่งที่ทำให้เรากระตือรือร้น มีกำลังใจทำสิ่งต่างๆได้ แต่การยึดติดอยู่กับความคาดหวังมากเกินไปเป็นตัวบั่นทอนสุขภาพจิตเราได้ง่ายๆ ชีวิตทุกคนมีสมหวังผิดหวังสลับกันไป ได้อย่างหนึ่งก็มักต้องเสียอย่างหนึ่ง เผื่อใจไว้บ้างกับความผิดหวัง ลองคิดดูให้ดีสิครับ ความผิดหวังคงไม่ทำให้ชีวิตดำเนินต่อไปไม่ได้หรอก เพียงแต่อาจรู้สึกแย่หรือเสียความรู้สึกบ้างเท่านั้นเอง
          4.ควรลดคำถามที่ขึ้นต้นว่าทำไมให้น้อยลงบ้าง เพราะส่วนใหญ่ยิ่งถามก็ยิ่งไม่มีคำตอบ แล้วก็วกวนอยู่กับคำถามเหล่านี้ ลองถามกับตัวเองว่าทำไมสิ่งต่างๆต้องเป็นแบบที่เราต้อง การด้วย อาจทำให้เข้าใจความต้องการของตัวเองได้มากขึ้น
          5.พยายามสร้างความมั่นใจตัวเองให้มากขึ้น บางคนค่อนข้างกลัวในเรื่องเล็กๆน้อยๆ ไม่ค่อยกล้าทำอะไร กลัวว่าทำไปแล้วไม่ดี ไม่เป็นที่ถูกใจของคนอื่น หรือถ้าไม่ทำแล้วคนอื่นไม่สบายใจ แต่ทำไปแล้วฝืนความรู้สึกของตนเอง บางคนกังวลว่าคนอื่นคิดอย่างไร ถ้าเราทำแบบนี้จนในที่สุดไม่กล้าทำในสิ่งที่อยากทำแล้วต้องมานั่งอยู่กับความเครียดของตัวเอง มั่นใจในตัวเองให้มากขึ้นเถอะครับ ลดความรู้สึกอ่อนไหวกับคนรอบข้างให้น้อยลงแล้วทำในสิ่งที่อยากทำบ้าง ถ้าสิ่งนั้นไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อตนเองหรือสังคมรอบข้าง จริงๆแล้วเราคอยกลัวอยู่เรื่อยๆว่าคนกลัวต่อความคิดของเราเองทั้งสิ้น คิดเองแล้วก็กลัวเองอยู่คนเดียว เอาชนะใจตัวเองให้ได้ครับ แล้วหลายๆอย่างจะดีขึ้นตามมา

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก  สสส. ค่ะ

Wednesday, February 4, 2015

ปราบสิวให้หมดไป เพียงใช้ใบสะระแหน่ บด บด บด

ปราบสิวให้หมดไป เพียงใช้ใบสะระแหน่ บด บด บด

           สำหรับคนที่มีปัญหาสิวอันเนื่องมาจากความสกปรก หรือเพราะฮอร์โมนแล้ว
ควรใช้สูตรนี้พอกหน้า เป็นสูตรที่จะช่วยลดการอักเสบของสิว ช่วยให้สิวยุบตัวเร็ว
และยังช่วยลดรอยแดงจากสิวได้ด้วยนะ

 ปราบสิวให้หมดไป เพียงใช้ใบสะระแหน่ บด บด บด

            สูตรนี้ใช้เพียงใบสะระแหน่เป็นตัวหลัก และตัวรองที่ใช้ก็ได้ ไม่ใช้ก็ได้
คือ ครีมมอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือ เนื้อว่านหางจระเข้

            วิธีการนั้นก็ไม่ยาก เพียงเรานำเอาใบสะระแหน่ 1 กำ มาบดให้ละเอียด
(ไม่แนะนำให้ใช้ครกที่บ้าน เพราะอาจจะสกปรก) ผสมกับครีม หรือว่านหางจระเข้
แล้วนำมาพอกหน้า 5-10 นาที จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำเปล่า


ปราบสิวให้หมดไป เพียงใช้ใบสะระแหน่ บด บด บด


หมั่นพอกวันเว้นวันในช่วงที่สิวเห่อ จะช่วยลดสิวได้ดีทีเดียวจ้า


ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก spokedark.tv